หญิงคณิกาและคนงานบางส่วนแล้ว ผู้ดูแลและผู้คุ้มกันของที่นี่แทบจะถูกเขาสังหารจนสิ้น
แม่เล้าผู้นั้นเดินตามอยู่ด้านหลังเขาตลอดเวลา
ในตอนที่เจ้าของหอนางโลมถูกซุจึเย่สังหาร ในที่สุดแม่เล้าก็รู้สึกโล่งในจนแทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้น นางต้องเอามือยันต้นไม้ต้นหนึ่งภายในหอเอาไว้ถึงจะยังยืนอยู่ได้
นางเอามือกุมหน้าอก ในดวงตามีหยดน้ำตา
ซูจึเย่มองดูนาง รู้ว่านี่มิใช่ความเศร้าเสียใจ หากแต่เป็นความรู้สึกหลุดพ้น จึงกล่าวถามว่า “ทำไม?”
แม่เล้าถามกลับว่า “ทำไมท่านถึงทำเรื่องเหล่านี้?”
ซูจึเย่กล่าวว่า “ข้าไม่รู้ นี่เป็นความต้องการจากคนอื่น”
ในดวงตาของแม่เล้าพลันเปล่งประกายขึ้นมา กล่าวถามว่า “ข้าขอทราบได้ไหมว่าท่านผู้นั้นคือใคร?”
ซูจึเย่กล่าวว่า “ไม่ได้”
ประกายที่อยู่ในดวงตาของแม่เล้าค่อยๆ จางหายไป แต่มันมิได้เปลี่ยนเป็นความซึมเซา เพียงแต่นิ่งสงบเหมือนบ่อน้ำ
ซูจึเย่กล่าวว่า “มีหลายคนเห็นว่าเจ้าคอยเดินตามข้า อีกประเดี๋ยวข้าจะส่งเจ้าไปยังที่หนึ่ง ซ่อนตัวดีๆ ผ่านไปสักหลายวันค่อยเอาเงินที่ได้มาในวันนี้เปลี่ยนที่ซ่อนตัว ใช้ชีวิตที่เหลือที่นั่น”
แม่เล้าหมุนตัวมามองดูหอนางโลมที่กำลังลุกไหม้อยู่ใต้เปลวเพลิง นางกล่าวอย่างเนิบ