ใช้ให้ไปยกอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์สามผักห้า รวมทั้งหมดแปดอย่าง
แขกที่สวมหมวกลี่เม่ามองดูเครื่องเคียงราคาถูกที่อยู่ในชามเล็กๆ เหล่านั้น เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ทั้งรู้สึกค่อนข้างชื่นชม จึงกล่าวกับแม่เล้าว่า “เต้าหู้ยี้อันนี้ดูแล้วไม่เลว”
แม่เล้ายิ้มพลางกล่าวว่า “ได้ยินว่าเป็นของขึ้นชื่อทางใต้ของเมืองอี้โจว หลายคนต่างก็รู้สึกว่าอร่อยดี แต่ข้ากลับกินไม่รู้รส ข้าเอามาเพิ่มให้ท่านอีกหน่อยดีไหม?”
แขกที่สวมหมวกลี่เม่าพยักหน้า ก่อนจะหยิบเอาใบไม้ทองคำมาอีกแผ่นหนึ่ง กล่าวว่า “กินเสร็จแล้วข้าจะนอนครู่หนึ่ง เอาไว้พักผ่อนเสร็จแล้วข้าค่อยเรียกเจ้า”
แม่เล้ารับเอาใบไม้ทองคำนั้นมา ลุกขึ้นพลางกล่าวว่า “เชิญคุณชายพักผ่อน”
ผ่านไปไม่นาน เต้าหู้ยี้รสเผ็ดก็ถูกยกเข้ามา มันวางกองอยู่บนตัวปลาที่วางอยู่บนจานใบใหญ่ กองจนสูงเหมือนภูเขาเปลวเพลิงอย่างไรอย่างนั้น
แขกที่สวมหมวกลี่เม่าผู้นั้นกินหมั่นโถวและเต้าหู้ยี้รสเผ็ดอย่างช้าๆ ภายในหัวคิดถึงวันเวลาที่อยู่ในสำนักฌานเป่าทงขึ้นมา
ถงหลูตายไปแล้ว
เหอจานเองก็ไปสู้กับสัตว์ประหลาดแคว้นเสวี่ยอยู่ทางเมืองไป๋เฉิง ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร
ถงหลูเงียบหายไปหลายปี ไม่แน่อาจจะถูกคนของยอดเ