อารมณ์ของจิ๋งจิ่วนั้นเป็นเหมือนอย่างความจริงของตัวเขา ยากที่จะมีใครมองออกได้
เขาเคยชินกับการไม่แสดงสีหน้าใดๆ แล้วก็ไม่มีความชื่นชอบใดๆ บางครั้งเล่นทรายในจานกระเบื้อง บางครั้งไม่เล่น นั่นก็มิได้หมายถึงอะไร
แต่เจ้าล่าเยวี่ยรับรู้ได้จริงๆ ว่าเขาอารมณ์ไม่ดี ความสามารถเช่นนี้เกิดขึ้นจากการที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปี แล้วก็เป็นเหมือนพรสวรรค์อย่างหนึ่ง
ในคืนวันปีใหม่ ภายในเรือนจิ่งหยวนกินหม้อไฟกันมื้อหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไป จัวหรูซุ่ย กู้ชิงและหยวนฉวี่ไปบำเพ็ญเพียรต่อ เหมือนเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยยังคงทำเหมือนอย่างทุกปี นางไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่วแล้วกอดเขาเอาไว้
จิ๋งจิ่วตบไหล่ของนาง
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ตอนหกขวบข้าเริ่มอ่านคัมภีร์เต๋า ตอนนั้นข้าก็รู้แล้วว่าคนเราต้องมีแยกจาก เดิมนึกว่าตัวเองเคยชินแล้ว คิดไม่ถึงว่ายังคงหวั่นไหวอยู่”
นางหมายถึงเรื่องของบัณฑิตวัยกลางคนผู้นั้นและภรรยาที่เป็นคนธรรมดาของเขา
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เรื่องที่สามารถเคยชินได้อย่างแท้จริงล้วนแต่เป็นเรื่องดี เรื่องร้ายไม่สามารถเคยชินได้ ทำได้เพียงเฉยชา จากนั้นก็ไม่คิด”
เจ้าล่าเยวี่ยเบิ่งตาที่สดใส มองเขาพลางกล่าวถามอย่าง