ถ้าหากจิ๋งจิ่วคือนักพรตจิ่งหยางกลับมาเกิดใหม่จริงๆ ไป๋เจ่าย่อมต้องตัดใจ เพราะนางไม่มีหนทางที่เข้าใกล้ได้
แต่ถ้าหากจิ๋งจิ่วคือปีศาจกระบี่ที่ถูกขับออกมาจากชิงซาน หญิงสาวที่มีใจแห่งเต๋ามั่นคงผู้นี่ก็จะเข้าใกล้เขาอย่างไม่ลังเล
เหมือนอย่างหลิ่วสือซุ่ย นางไม่สนใจว่าเขาเป็นใคร สิ่งที่น่าสนใจก็คือเขาเป็นใครสำหรับตัวเอง
เมื่อกล่าวจบสองประโยคนี้ ไป๋เจ่าก็ดึงสายตากลับ มองมาทางเจ้าล่าเยวี่ยแล้วกล่าวว่า “ตอนนั้นที่อยู่บนยอดเขาเสินม่อ เจ้าพูดกับข้าเรื่องการร่วมทาง ตอนนั้นข้าไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเจ้า แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว ข้าอิจฉาเจ้าจริงๆ แล้วก็รู้สึกนับถือเจ้าด้วย”
นางคือเจ้าสำนักในอนาคตของสำนักจงโจว เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนักพรตไป๋ เป็นลูกหลานของบรรพจารย์ไป๋เริ่น ต่อให้อยากจะร่วมทางกับจิ๋งจิ่วแค่เพียงระยะเวลาหนึ่งก็ไม่มีทางที่จะทำได้
เจ้าล่าเยวี่ยเห็นใจนาง ครุ่นคิดอยู่ครู่ ก่อนจะยื่นมือขวาออกไปลูบศีรษะของนาง
นี่มิใช่การลูบอาต้า แล้วนางก็ไม่ใช่จิ๋งจิ่ว ดังนั้นความเคลื่อนไหวจึงดูค่อนข้างเก้ๆ กังๆ
ไป๋เจ่างุนงง จากนั้นจึงยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อีกสองสามปีข้าคอยมาเยี่ยมพวกเจ้าใหม่”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “เจ้าเองก็