หรูซุ่ยมองเจ้าล่าเยวี่ยพลางกล่าวถาม
เจ้าล่าเยวี่ยส่งเสียงอืมเบาๆ
จัวหรูซุ่ยกล่าวถามว่า “ตั้งแต่เมื่อไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “หลายปีแล้ว”
มันผ่านมาหลายปีแล้วจริงๆ ถึงแม้จะไม่เคยเปิดเผยมาก่อน แต่จิ๋งจิ่วก็ไม่เคยปิดบังนาง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินซาน หรือว่าในตอนที่เล่าเรื่องในอดีตของชิงซานเหล่านั้น เขาก็ล้วนแต่พูดกับนางในฐานะของจิ่งหยาง
สายตาของกู้ชิงและหยวนฉวี่มองไปที่นาง รู้สึกค่อนข้างอิจฉา
แต่หลิ่วสือซุ่ยกลับกล่าวอย่างเห็นใจว่า “กดดันมากไหม?”
“นิดหน่อย” เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว
ในช่วงเวลาสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของจิ๋งจิ่ว ภายในใจย่อมต้องรู้สึกกดดัน แต่ที่มากกว่านั้นคือความสุขและความภูมิใจของเด็กผู้หญิงเหมือนเวลาที่แอบซ่อนลูกกวาดเอาไว้ได้
จัวหรูซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ จู่ๆ พลันกล่าวขึ้นมาว่า “ความจริงพวกท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า….”
คำพูดประโยคนี้พูดไม่จบ แต่ทุกคนต่างรู้ความหมายของเขา ดังนั้นริมธารจึงเงียบสงัดขึ้นมา
คำพูดเหล่านั้นของฟางจิ่งเทียน การแสดงหลักฐานของนักพรตไท่หลู โดยเฉพาะเด็กชายชุดน้ำเงินผู้นั้น….จนกระทั่งถึงตอนสุดท้ายจิ๋งจิ่วก็ไม่ยอมเอากระบี่แบก