รณ์แบบนั้นได้ มันก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่นานมากพอด้วย
……
……
เกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวบินออกไปนอกสำนัก ลูกศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยคู่นั้นตามอยู่ด้านหลัง
หยวนฉีจิงพอจะรู้ว่าจิ๋วจิ่วทำอะไรมา เขาย่อมไม่เอาเรื่องอาเพียวไปกล่าวโทษเจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
วันนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยไม่ได้พูดอะไรออกมา จนกระทั่งในตอนที่ออกมาจากชิงซาน จู่ๆ นางถึงจะพูดกับเจินเถาว่า “มีเวลาเจ้าก็ไปดูหน่อย”
เจินเถารู้ว่าอาจารย์หมายถึงที่ไหน แต่นางกลับไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องให้ตัวเองไปด้วย จึงพยักหน้าอย่างงุนงง
……
……
เรือเมฆของสำนักจงโจวออกมาจากชิงซานเป็นลำสุดท้าย
ก่อนที่จะออกมา นักพรตไป๋กล่าวกับหยวนฉีจิงตรงๆ ว่า “ตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเขาคือคนที่ออกมาจากคุกสะกดมารผู้นั้น เขาอวิ๋นเมิ่งย่อมไม่อาจแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องได้อีก พวกข้าต้องทำอะไรสักอย่างให้ชางหลง หากเขาออกไปจากชิงซาน พวกข้าจะต้องหาวิธีฆ่าเขาอย่างแน่นอน เพราะว่า…เขาเป็นแค่ปีศาจตัวหนึ่ง”
หยวนฉีจิงไม่ได้พูดอะไร
เรือเมฆอาบแสงอาทิตย์ลอยไปทางเหนือ หลังเข้าไปในเขตของเมืองอวี้จวิ้นได้ไม่