หน้าตาดูอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา เหมือนกับเซียนเด็กที่ขี้เล่น
แต่กระจกแสงอันเล็กๆ ที่เขาถืออยู่ในมือนั้นกลับทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
“พวกเจ้าไม่เชื่อว่าเขาคือนักพรตจิ่งหยาง”
ฉานจึมองฟางจิ่งเทียนพลางกล่าว “แต่อาตมาเชื่อ”
หมู่เขาชิงซานเงียบสงัดลงอีกครั้ง
กระบี่บินที่เตรียมจะโจมตีจิ๋งจิ่วต่อเหล่านั้นก็หยุดลงเช่นเดียวกัน
ทั่วทั้งโลกต่างรู้ว่านักพรตจิ่งหยางไม่มีเพื่อน คนเดียวที่ได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษก็คือฉานจึจากวัดกั่วเฉิง ทั้งสองคนเคยสนทนาธรรมบนยอดเขาเสินม่อเป็นเวลาร้อยวัน ความสัมพันธ์เป็นทั้งอาจารย์และสหาย
หากจะบอกว่าใครรู้จักนักพรตจิ่งหยางดีที่สุด นอกจากพวกหยวนฉีจิงกับฟางจิ่งเทียนแล้วก็คือเขานี่แหละ
ความคิดของเขาย่อมต้องสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งยังส่งผลต่อความคิดของหลายๆ คนได้
ฟางจิ่งเทียนเรียกกระบี่กาลเวลากลับมา กล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า “ปีศาจตัวนี้ชิงเอาดวงจิตและความทรงจำของอาจารย์อาจิ่งหยางไป มันย่อมต้องเหมือนกับอาจารย์อา ฉานจึอย่าได้ถูกมันหลอก”
ฉานจึยิ้มขึ้นมา ราวกับว่าได้ยินเรื่องที่น่าขันที่สุดในโลก เขากล่าวว่า “เจ้าคิดว่าอาตมาจะถูกหลอกอย่างนั้นหรือ?”
วัดกั่วเฉิงเชี่ยวชาญเรื่องเชื