ได้”
หากคำพูดประโยคนั้นของฉานจึมีเหตุผล เช่นนั้นการที่เขากล่าวเช่นนี้ก็มีเหตุผลเช่นเดียวกัน
การจะเลือกใครเป็นเจ้าสำนักนั้นเป็นเรื่องภายในของสำนักชิงซาน สำนักอื่นเข้ามายุ่มย่ามไม่ได้
แต่ถ้าหากเจ้าสำนักชิงซานคนใหม่เป็นปีศาจที่สมคบคิดกับดินแดนหมิง เช่นนั้นมันก็ย่อมต้องเป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน แล้วมีหรือที่สำนักอื่นๆ จะยังนั่งมองอยู่เฉยๆ?
ความหมายของฟางจิ่งเทียนชัดเจน ในเมื่อหยวนฉีจิงเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ในเวลานี้ เขาก็ได้แต่ต้องทำให้เรื่องนี้ขยายใหญ่จนกลายเป็นเรื่องของทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองไปบนลานเมฆ
……
……
คนที่แสดงความเห็นออกมาเป็นคนแรกคือต้าเจ๋อลิ่งที่เหมือนไม่มีตัวตนอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูใจดีมีเมตตา ผมยาวกระจัดกระจายผู้นั้นส่ายศีรษะ “พวกเราไม่มีความเห็น”
นี่ืคือการเลือกเป็นกลาง
เจ้าสำนักจิ้งจงมองดูเชวี่ยเหนียง หลังลังเลอยู่ครู่ก็ให้คำตอบแบบเดียวกันออกมา
เขาค่อนข้างเอนเอียงไปทางที่ว่าจิ๋งจิ่วคือกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง แต่ใครจะมั่นใจได้ล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ของนักพรตจิ๋งจิ่วกับสำนักจิ้งจงในช่วงนี้…ก็ดีอย่างมากด้วย
สำนักในด