มคิดอย่างอื่นขึ้นมา
พวกเขามองว่าจิ๋งจิ่วไม่กล้าเอาปลอกกระบี่แบกสวรรค์ออกมา นั่นก็แสดงว่าเขาคือกระบี่สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง
อารมณ์ที่อยู่ในสายตาที่มองมายังเขาเหล่านั้นค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากความเชื่อมั่นเปลี่ยนเป็นสงสัย จากความสงบเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด จากความสงสัยเปลี่ยนเป็นความสะใจ จากความสับสนเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง
……
……
“มิน่าตอนเจ้ายังเด็กถึงได้อัจฉริยะขนาดนั้น…”
อาจารย์หลี่ว์ที่ิเป็นศิษย์ยอดเขาซั่งเต๋อซึ่งเป็นคนพาจิ๋งจิ่วและหลิ่วสือซุ่ยมาที่ศาลาหนานซงคิดอย่างเจ็บปวด
“ตัวเจ้าในตอนนั้นเกียจคร้านขนาดนั้น แต่ก็ยังทะนงตัว นั่นเป็นเพราะเจ้าคือกระบี่ปีศาจเล่มนั้นอย่างนั้นหรือ?”
ศิษย์ยอดเขาเทียนกวงหลินอู๋จือที่เคยดูแลจิ๋งจิ่วตอนอยู่ที่ริมธารสี่เจี้ยนคิดอย่างสงสัยและไม่สบายใจ
“มิน่าตอนงานชุมนุมทดสอบกระบี่เจ้าถึงสามารถเอาชนะข้ามสภาวะได้ อีกทั้งยังหักกระบี่ของกั้วหนานซานได้ มีร่างกระบี่ไร้ลักษณ์แต่กำเนิดอะไรที่ไหนกัน ที่แท้เจ้าก็เป็นปีศาจกระบี่นี่เอง!”
เจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงฝูว่างคิดถึงเรื่องในตอนนั้น ภายในใจรู้สึกเกลียดชัง
……
……
บนลานเมฆของสำนักเสวียนหลิง
เซ่อเซ่อมองไปยังยอดเขาเทียนกวง มองดูจิ๋งจิ่วที่ยังคงนั่ง