อยู่ในเก้าอี้ สีหน้าดูค่อนข้างเป็นกังวล
มือทั้งสองข้างของนางห้อยอยู่ข้างกาย กำเป็นกำปั้น ตะโกนอยู่ในใจไม่หยุดว่า “เอาออกมาสิ! เอาออกมาสิ!”
ในรถเข็นที่อยู่ตรงหน้านาง เฉินเสวี่ยเซียวที่เป็นเจ้าสำนักเสวียนหลิงกลับสงบนิ่ง บนใบหน้าที่งดงามของนางดูคล้ายมีความรู้สึกเฉยชาอยู่เล็กน้อย กล่าวอย่างรู้สึกเสียดายว่า “ที่แท้ก็เป็นปีศาจกระบี่นี่เอง….มิน่าถึงได้งดงามขนาดนั้น”
……
……
ในบรรดาผู้บำเพ็ญพรตจำนวนพันกว่าคน ยังมีอีกคนหนึ่งที่มีปฏิกิริยาคล้ายๆ กับเฉินเสวี่ยเซียว
ศิษย์น้องอวี้ซานยืนกอดอกมองดูจิ๋งจิ่วที่อยู่ไม่ไกล ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ คล้ายดวงดาวที่อยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน
สีหน้าของนางดูค่อนข้างเหม่อลอย ในใจครุ่นคิดว่าอาจารย์อาเจ้าสำนักเป็นปีศาจกระบี่หรอกหรือนี่ มิน่าถึงได้งดงามขนาดนี้
ในเวลานี้เอง ร่างที่สูงใหญ่ร่างหนึ่งได้มายืนบังอยู่ตรงหน้านาง
นางค่อนข้างร้อนใจ คิดอยากจะบอกให้อีกฝ่ายถอยไปหน่อย ทันใดนั้นพลันพบว่าอีกฝ่ายคืออาจารย์ลุง จึงแลบลิ้นออกมาแล้วถอยออกไป
หิมะตกลงมาอย่างแผ่วเบา หยวนฉีจิงบินลงไปบนยอดเขาเทียนกวง
เขามองดูอาเพียว มองดูฟางจิ่งเทียน มองดูจิ๋งจิ่ว นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
หิมะไม่ได้รุนแรง ป