อาเพียวจงใจที่จะกล่าวสองประโยคนี้
หลายคนสงสัยว่าจิ๋งจิ่วกับเผ่าหมิงมีการสมรู้ร่วมคิดกัน ความสงสัยนี้มิได้เพิ่งจะเกิดขึ้นมาในเวลานี้ ในตอนนั้นสำนักจงโจวเคยไล่ต้อนสำนักชิงซานในวัดกั่วเฉิง ผลสุดท้ายเหล่าปุโรหิตของดินแดนหมิงพลันทยอยปรากฏตัวขึ้นที่เขาเหลิ่งซาน จากนั้นถูกสำนักชิงซานสังหารจนหมด…ในตอนนั้นโลกแห่งการบำเพ็ญพรตก็เกิดความรู้สึกสงสัยแล้ว
วันนี้ดูแล้วความสงสัยเหล่านั้นเหมือนจะกลายเป็นเรื่องจริง
จิ๋งจิ่วกล่าวถามว่า “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าเหมือนอย่างที่ฆ่าไท่หลูหรือ?”
“นักพรตไท่หลูออกมาจากคุกกระบี่โดยพลการ เดิมสมควรตายอยู่แล้ว ส่วนข้าถึงแม้จะเป็นศิษย์ของนักพรตไท่ผิง แต่วันนี้มาปราฏตัวที่ชิงซานเพื่อแจ้งเตือน เหตุใดต้องตายด้วย?”
อาเพียวกล่าวด้วยสีหน้าจนปัญญา ราวกับว่าตนเองจนปัญญาอย่างมากจริงๆ
คำพูดประโยคนี้ยุ่งเหยิงเป็นอย่างมาก แต่ในความยุ่งเหยิงกลับคล้ายว่ามีเหตุผลอยู่
จัวหรูซุ่ยกับหยวนฉวี่มองดูสีหน้าบนใบหน้ามารเผ่าหมิงผู้นี้ก็รู้สึกว่าค่อนข้างคุ้นตา แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
จิ๋งจิ่วไม่ได้คิดฆ่าเขา กล่าวถามว่า “จดหมายล่ะ?”
อาเพียวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าเล็กน้อย มองดูเขาพลางกล่าวด้วยสีหน้า