จริงจังว่า “นักพรตรู้ว่าท่านไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองเป็นปีศาจกระบี่ แล้วยังรู้ด้วยว่าท่านจะไม่โต้แย้ง หากแต่จะสังหารนักพรตไท่หลูไปเสีย เพราะท่านช่วงชิงดวงจิตของนักพรตจิ่งหยางมา รับเอาความทรงจำและนิสัยทั้งหมดของเขามา จึงไม่ชอบความยุ่งยากเหมือนอย่างเขา แล้วก็ขี้เกียจ”
“ส่วนปัญหาของท่านก็คือ….” เขาหมุนตัวมา มองดูฟางจิ่งเทียนที่อยู่ตรงข้ามพลางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ทันทีที่ท่านบรรลุทะลวงสวรรค์ ท่านจะต้องคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกอย่างแน่นอน คิดว่าเชิญนักพรตไท่หลูออกมาจากแล้วจะทำอะไรได้ ไหนเลยจะรู้ว่านั่นเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์”
คำพูดนี้ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าเป็นการติเตียน
แต่ฟางจิ่งเทียนกลับฟังอย่างเงียบๆ เพราะนี่คือการถ่ายทอดคำพูดแทนอาจารย์
หลายปีมานี้เขาเก็บตัวอยู่ในยอดเขาซ่อนเร้น ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่รู้เรื่องแผนการของนักพรตไท่ผิงผู้เป็นอาจารย์
จนกระทั่งเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ดังขึ้น ดอกไม้ทั่วทั้งภูเขาเบ่งบาน ในที่สุดเขาก็บรรลุสภาวะขั้นทะลวงสวรรค์ ถึงได้ออกมาจากถ้ำได้
ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ขลุ่ยไม้ไผ่นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับเด็กน้อยเผ่าหมิงที่น่ารักผู้นี้
เรื่องที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า