้นมา กวาดตามองไปรอบด้าน ตรงตำแหน่งที่สายตากวาดผ่านล้วนแต่เงียบสงัด
หลังจากสังหารนักพรตไท่หลูตายไป อำนาจบารมีของเขาก็ใกล้เคียงกับหยวนฉีจิง
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ตอนที่จักรพรรดิแห่งหมิงถูกจับไปไว้ในคุกสะกดมารก็ได้ตกลงกันแล้วว่าชิงซานจะเป็นคนดูแลลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิง ข้าเป็นเจ้าสำนักชิงซาน ลัญจกรอยู่ในมือข้ามีปัญหาอะไร?”
ฟางจิ่งเทียนมองไปยังตำแหน่งที่รถเข็นตั้งอยู่ก่อนหน้านี้
บนหินมีรอยแตกจำนวนนับไม่ถ้วน เศษฝุ่นปลิวหายไปจนหมดแล้ว
เขาเงยหน้าขึ้นมา มองดูจิ๋งจิ่วพลางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ใช้ลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิงสังหารผู้อาวุโสของชิงซาน ปีศาจกระบี่อย่างเจ้าจะโอหังอวดดีเกินไปแล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจ้าล่าเยวี่ยก็มองไปทางหยวนฉวี่อีกครั้ง
เมื่อได้รับสัญญาณมาจากอาจารย์ หยวนฉวี่ไหนเลยจะกล้าชักช้า เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กระแอมลำคอเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ในภาคผนวกของอรรถาธิบายที่สิบเจ็ดเล่มที่สามหมวดที่สามกล่าวไว้ว่า….”
ทุกคนต่างตกตะลึง ในใจครุ่นคิดว่านี่เขาจะทำอะไร?
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเหล่าศิษย์ชิงซานถึงได้สติขึ้นมา รู้ว่าเขากำลังพูดถึงกฎของสำนักชิงซาน
กฎของสำนักชิงซานซับซ้อนเ