งเทียนเข็นมาที่นี่?
เพียงแต่ภายหลังได้เกิดเรื่องราวที่น่าตกตะลึงเป็นอย่างมากติดต่อกัน จนทำให้ผู้คนไม่ทันได้คิดถึงปัญหานี้
ฟางจิ่งเทียนกล่าวว่า “สหายทุกท่าน ท่านผู้นี้คือปรมาจารย์อาไท่หลูแห่งยอดเขามั่วเฉิง”
เมื่อได้ยินชื่อปรมาจารย์อาไท่หลู คนส่วนใหญ่ต่างไม่มีปฏิกิริยาอะไร เพราะว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
แต่มีบางคนที่คิดขึ้นมาได้ว่ากระทั่งฟางจิ่งเทียนยังต้องเรียกว่าปรมาจารย์อา อย่างนั้นมิเท่ากับว่าความอาวุโสของคนผู้นี้นั้น เหนือกว่านักพรตไท่ผิงกับนักพรตจิ่งหยางขึ้นไปอีกรุ่นหนึ่งหรอกหรือ?
คนอย่างนักพรตไป๋ ฉานจึและเจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยย่อมต้องรู้จักชื่อของไท่หลู แล้วก็ยังจำยอดเขามั่วเฉิงของสำนักชิงซานที่หายสาบสูญไปลูกนั้นได้ สีหน้าจึงเปลี่ยนขึ้นมาเล็กน้อย ในใจคิดว่าคนผู้นี้แก่กว่านักพรตไท่ผิงเสียอีก ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือนี่? นี่ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจได้จริงๆ
ข่าวคราวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่ากระบี่มิคำนึง เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่รอบๆ ยอดเขาเทียนกวง ต่างทราบถึงความเป็นมาของปรมาจารย์ไท่หลูผู้นี้ จึงพากันส่งเสียงฮือฮาออกมา
“สำนักชิงซานยังมีอาจารย์ที่อาวุโสขณะนี้อยู่อีกหรือนี่ เขา