มีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ได้อย่างไร?” เซี่ยงหว่านซูกล่าวเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
นักพรตไป๋มองดูภาพบนยอดเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย คล้ายกับกำลังดูละครเรื่องหนึ่งอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ในสุสานริมทะเลสาบหลีหมิงปีนั้น นางยืนอยู่หน้าหลุมศพของเต๋อเหล่าไท่จวิน ในตอนนั้นนางก็ได้คิดเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีวันนี้
เพียงแต่กระทั่งนางก็ยังคิดไม่ถึงว่าไท่หลูจะยังมีชีวิตอยู่ นักพรตไท่ผิงวางบทละครเช่นนี้ขึ้นมา ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
ไป๋เจ่าก้มหน้าลงไปอีกครั้ง ดูอ่อนแอบอบบาง ไม่ยอมให้ใครเห็นดวงตาและความคิดของตัวเอง
……
……
ไท่หลูนั่งอยู่ในรถเข็น มองไปยังจิ๋วจิ๋วที่อยู่ในกระท่อม พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “สรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง ไม่เจอกันนานนะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ตั้งสายตากลับมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก
มีทั้งความอาฆาต แล้วก็มีความเสียใจ
มีทั้งความรู้สึกเย้ยหยัน แล้วก็มีความสุข
ส่วนเสียงของเขาก็ฟังดูอ่อนแรงและแก่ชราเหมือนกับร่างกายของเขา
ทุกคนฟังเสียงที่แก่ชราของนักพรตไท่หลู คล้ายว่ามองเห็นตัวหนังสือที่แห้งเหี่ยวเหล่านั้นกำลังจะหายไป
ไม่มีใครเคยเห็นสภาพหลังกลายเป็นปีศาจของกระบี่สรรพสิ่งร่วมเป็นหนึ่ง เช่นนั้นต่อให้ฟางจิ่งเทียนจะเอาหล