คึกคักเป็นอย่างมาก เสียงพูดคุยเหล่านั้นดังขึ้นไม่ขาดสาย ใช้เวลาไม่นานเท่าไร ถงเหยียนก็รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและเกิดอะไรขึ้น
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากชิงซาน มีชื่อว่าเมืองอวิ๋นจี๋ ช่วงนี้ภายในเมืองมีเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเรื่องที่ราชสำนักยกเว้นการเก็บภาษีดินแดนทางใต้เป็นเวลาสามปี
และที่ราชสำนักใจกว้างเช่นนี้ ก็เป็นเพราะว่านักพรตที่ชื่อจิ๋งจิ่วผู้นั้นกำลังเตรียมรับตำแหน่งเจ้าสำนักชิงซานอย่างเป็นทางการ
เกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวลอยผ่านไอหมอกและผู้คน ทิ้งเสียงพูดคุยเหล่านั้นเอาไว้เบื้องหลัง มาถึงในเรือนหลังใหญ่หลังหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าภูเขาทางด้านนอกเมือง
ภายในภูเขามีลำธารเล็กๆ สายหนึ่งไหลลงมา ทะลุผ่านเรือนหลังนั้น ต้นไม้และดอกไม้ริมสองฝั่งมิได้เยอะแยะอะไร แต่ก็พบเห็นได้ตลอดริมสองฝั่งของลำธาร เห็นๆ อยู่ว่าตั้งใจออกแบบขึ นมา แต่กลับให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
ไอหมอกไหลตามลำธารไปในเรือนและหมู่ไม้ เงียบสงัดและทำให้จิตใจสงบ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนเซียนบนโลกมนุษย์จริงๆ
เกี้ยวเล็กผ้าม่านเขียวหยุดลงภายในเรือน ความหมายชัดเจนเป็นอย่างมาก ที่นี้คือสถานที่ที่ถงเหยียนจะอาศัยอยู่หลังจากนี้
ถงเหยียนมองดูลัง