งหย่งเจียเดินอยู่บนนั้น รู้สึกว่าตนเองน่าสงสารเป็นอย่างมาก
ตอนนี้ยอดเขาเสินม่อมีเพียงเขาที่ไม่มีกระบี่ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนผักกาดขาวที่กำลังแห้งเหี่ยวอยู่บนดิน ทั้งในและนอกล้วนแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่น
เขาเดินไปบนหน้าผาที่ไม่มีทางเดิน ยิ่งเดินสูงขึ้นไป อารมณ์ของเขายิ่งหดหู่
สิ่งที่แอบซ่อนอยู่ในหน้าผาและในซอกหินส่วนใหญ่ล้วนแต่ยังเป็นหน่อกระบี่ จำเป็นต้องหล่อเลี้ยงไปอีกหลายร้อยปีหรือกระทั่งหลายพันปี แล้วก็ยังมีกระบี่บินที่หัก ซึ่งก็ต้องซ่อมแซม มเป็นเวลานานเหมือนกัน หากคิดอยากจะหากระบี่ดีๆ สักเล่มในยอดเขาอวิ๋นสิงในเวลานี้นั้นถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นมิใช่ว่าเพียงแค่หาพบแล้วก็จะได้กระบี่บิน นระดับสูงเหล่านั้นมาครอบครอง
“ไอ้หยา!”
ในขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ผิงหย่งเจียก็ไปสะดุดเข้ากับของแข็งชิ้นหนึ่งจนล้มลงไป ในตอนที่เขาขยี้จมูกพลางลุกขึ้นมา เขาถึงได้พบว่าสิ่งที่ตนเองสะดุด… คือกระบี่เล่ม หนึ่ง
กระบี่เล่มนี้มีแสงสีน้ำเงินจางๆ แผ่กระจายเจตน์กระบี่ที่บริสุทธิ์ออกมา เห็นได้ชัดว่าระดับชั้นนั้นไม่ธรรมดา
เขาหยิบเอากระบี่เล่มนั้นขึ้นมาพินิจดูอย่างจริงจัง ก่อนจะลังเลอ