าไม่หยุด ส่วนผักก้านนั้นลอยผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในน้ำแกงเหมือนจอกแหน
จิ๋งจิ่วมองดูภาพนี้อย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร
อาต้าฟุบหมอบอยู่บนขอบหน้าต่าง มองไปทางทะเลพายุน้ำแข็งที่อยู่ห่างไกล นิ่งเงียบเช่นเดียวกัน
น้ำแกงสีขาวแห้งลงเรื่อยๆ ผักก้านนั้นถูกต้มจนเปื่อย จิ๋งจิ่วตักขึ้นมา จากนั้นวางเอาไว้บนโต๊ะ
ในเวลานี้เอง หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย รู้ว่าคนผู้นั้นอาจจะกางปีกแล้ว
ทุกอย่างบนแผ่นดินเฉาเทียนยังคงเป็นปกติ ลมพัดฝนโปรย หรือไม่ก็ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีความผิดปกติใดๆ
ยอดเขากระบี่ยังคงตั้งตระหง่านอย่างเงียบๆ อยู่ในเมฆหมอก
ที่เขารู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะกางปีกแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าจู่ๆ ในไข่ของนกจูเชวี่ยใบนั้นก็มีพลังสายหนึ่งลอยออกมา
นี่มิใช่สัญญาณว่าไข่กำลังจะฟักตัว หากแต่เป็นเพราะว่าดวงจิตของนกจู่เชวี่ยที่อยู่ด้านในรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง
จิ๋งจิ่วเดินไปริมหน้าต่าง ทอดตามองออกไปทางด้านนั้นกับอาต้า เจ้าล่าเยวี่ยยังคงนั่งกินหม้อไฟอยู่ด้านหลังพวกเขา
นางมิใช่จงใจจะแสดงออกว่าตนเองนั้นกินจุกว่าจัวหรูซุ่ย เพียงแต่คิดถึงว่าหลังจากนี้นักพรตไท่ผิงอาจจะไม่กินหม้อไฟอีกแล้ว
ไอหมอกภายในเมืองอวิ๋นจี๋ยังคงหนาทึบเหมือนเก่า