่อนอย่างเงียบๆ
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้ถาม
“ข้าไม่ได้ฆ่าเขา เพียงแต่มองดูอยู่ไกลๆ แล้วก็กลับมา”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ขายหน้าไปหน่อย”
“ยังจำงานเลี้ยงซื่อไห่เมื่อครั้งนั้นได้ไหม?” จู่ๆ เจ้าล่าเยวี่ยพลันกล่าวขึ้นมาว่า
จิ๋งจิ่วมองนาง ในใจครุ่นคิดว่าทำไมถึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา?
เมื่อสามสิบปีก่อน เขาพาเจ้าล่าเยวี่ยออกไปจากชิงซาน ท่องเที่ยวไปบนโลก สังหารคนชั่วและเหล่าปีศาจ อีกทั้งยังสังหารคนในงานเลี้ยงซื่อไห่ไปอีกคนหนึ่ง จากนั้นจับมือกันขี่กระบี่ บินออกไป กระบี่มิคำนึงทิ้งรอยสีแดงเอาไว้บนลานเมฆ นี่เป็นภาพที่ผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากในตอนนั้นยากจะลืมเลือนได้
“ได้ยินว่าหลังจากพวกเราจากไปแล้ว สมณะหนุ่มของวัดกั่วเฉิงที่ท่านชื่นชอบผู้นั้นได้ตะโกนขึ้นมาประโยคหนึ่ง”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขา ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เขาตะโกนออกมาว่า….มาพร้อมความรื่นรมย์ ความรื่นรมย์หมดแล้วจากไป ช่างสมกับเป็นวิถีชาวเซียน”
ในเวลานี้นางเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็เพราะต้องการบอกเขาว่าถ้าท่านอยากจะสังหารนักพรตไท่ผิง ท่านก็ไป เมื่อเห็นเขาแล้วกลับไม่อยากสังหาร เช่นนั้นก็กลับมา
ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ล้วนแต่สมเหตุสมผลทั้