อว่าอะไร เขาก็มองเห็นใบหน้าของจิ๋งจิ่ว
เขาขยี้ดวงตาของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะส่งเสียงร้องตกใจออกมา จากนั้นรีบไปปลุกหมอขึ้นมา
ผ่านไปไม่นาน ม้วนเอกสารจำนวนหนึ่งก็ถูกเอามาวางไว้บนโต๊ะ ม้วนเอกสารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้อมูลสำคัญที่เจวี่ยนเหลียนเหรินรวบรวมมาได้ในช่วงนี้
กู้ชิงพลิกม้วนเอกสารเหล่านั้นอ่านอย่างตั้งใจ
จัวหรูซุ่ยหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
เจ้าล่าเยวี่ยกอดอาต้ายืนอยู่หน้าประตูโรงหมอ มองไปบนถนน
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ฮุ่ยหยวนอยู่ที่ไหน?”
“หลังเกิดเรื่องนั้นที่วัดกั่วเฉิง พวกข้าก็รู้ว่าท่านอาจจะมาถาม ก็เลยกำลังสืบเรื่องนี้อยู่” หมอผู้นั้นกล่าวด้วยใบหน้าลำบากใจว่า “แต่ถึงแม้ไต้ซือฮุ่ยหยวนจะเป็นผู้อาวุโสสู งสุดของวัดทงฮว่า ทว่าหลายปีมานี้เขาท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ บนแผ่นดินเฉาเทียน ร่องรอยไม่สามารถติดตามได้ อาจจะต้องใช้อีกหน่อย”
หลังออกมาจากโรงหมอ จิ๋งจิ่วพลันถามขึ้นมาว่า “เจวี่ยนเหลียนเหรินเป็นของราชสำนัก?”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย กล่าวว่า “ท่านไม่รู้?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “น่าจะคิดได้ เพียงแต่หลายปีมานี้ใช้พวกเขาจนชิน เลยไม่ได้คิด”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ไต้ซือฮุ่ยหยวนน่าจะเป็นคนสำคั