ฉานจึกล่าวกับเขาว่า “ท่านต้องไปเผชิญหน้ากับไท่ผิง ไม่ควรจะไปหาเรื่องสำนักจงโจว แล้วก็ยิ่งไม่ควรจะไปพูดกับนักพรตไป๋เหมือนสั่งสอนเด็กน้อย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หากข้าเป็นข้า ทำไมถึงไม่ได้?”
ปรมาจารย์เกาะหมอกหนานชวีตายไปแล้ว อาจารย์อาไท่หลูยังถูกขังอยู่ในคุกกระบี่ ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถานะหรือว่าความอาวุโส เขาก็ล้วนแต่เป็นคนที่สูงที สุด
“ท่านน่าจะรู้ดี สำนักจงโจวนั้นเป็นของตระกูลไป๋มาโดยตลอด ตระกูลไป๋แข็งแกร่งแค่ไหน ท่านเองก็รู้ดีกว่าใคร”
ฉานจึกล่าวว่า “ท่านถูกยายของนางโจมตีจนตกลงมา ไม่มีทางที่ตอนนี้นางจะยังคาดเดาไม่ได้ว่าท่านเป็นใคร”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “อืม?”
ฉานจึกล่าวว่า “หากนางรู้ว่าท่านเป็นใคร เหตุใดถึงไม่ทำอะไร? นี่มันแปลกอย่างมาก”
“หลายๆ เรื่องบนโลกนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับการเล่นหมากล้อม ถงเหยียนชอบเดินนำหน้า วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ล่อลวงให้คนมาติดกับ แต่ข้าไม่เหมือนกัน”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าชอบรอให้อีกฝ่ายวางกับดัก จากนั้นค่อยทำลาย”
ฉานจึกล่าวว่า “แบบนั้นจะทำให้สูญเสียความได้เปรียบได้”
ฉานจึกล่าวว่า “แต่ข้ามองเห็นความคิดของอีกฝ่าย อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับไร้ประโยชน์”
ฉานจึมองเขา