ไท่ผิงโดยมีความช่วยเหลือจากเผ่าหมิง”
ปู้ชิวเซียวกล่าวว่า “หากมีวันนั้นจริงๆ ข้าจะคิดเสียว่าการสนทนาภายในเมืองเจาเกอครั้งนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้น”
ความหมายของคำพูดประโยคนี้เองก็ชัดเจนเป็นอย่างมากเช่นกัน
หากสำนักชิงซานไม่สามารถสลัดอิทธิพลของนักพรตไท่ผิงให้หลุดออกไปได้ เช่นนั้นปู้ชิวเซียวก็จะไม่ยอมรับการข่มขู่จากจิ๋งจิ่วอีกต่อไป ต่อให้ต้องสูญเสียตำแหน่งและชื่อเสียง เขาก็จะล ลุกขึ้นมาสู้กับสำนักชิงซาน
จิ๋งจิ่วค่อนข้างชื่นชมปู้ชิวเซียว จึงยอมกล่าวอธิบายเล็กน้อย “ข้าส่งศิษย์ชิงซานลงไปล่วงหน้าคนหนึ่ง”
ปู้ชิวเซียวคิดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้ เขางุนงงเล็กน้อย รู้สึกชื่นชมศิษย์หนุ่มของชิงซานที่ลงไปในดินแดนหมิงผู้นั้นอย่างมาก ก่อนกล่าวว่า “หวังว่าเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัย ย
……
……
การบำเพ็ญเพียรของมหาปุโรหิตมีปัญหา เวลานี้กำลังเก็บตัวล้างร่างกายอยู่ในแม่น้ำหมิง เหล่าปุโรหิตกำลังตกอยู่ในสภาพเหมือนฝูงมังกรที่ไม่มีผู้นำ ยิ่งไปกว่านั้นก็เหมือนอย่างที่จ จิ๋งจิ่วคิดเอาไว้ ทุกวันปุโรหิตเหล่านั้นจะได้รับการกราบไหว้บูชาจากประชาชน ใช้ชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อและฟอนเฟะ เมื่ออยู่ภายใต้ความเย้ายวนของลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิง พวกเขาแทบจะไม่สา