สิ้นเสียงของฉานจึ บรรยากาศภายในตำหนักก็เปลี่ยนแปลงไม่หยุด
ผู้คนต่างรู้สึกตกตะลึง ขณะเดียวก็รู้สึกเหลวไหลอย่างมากด้วย
ก่อนหน้านี้สถานการณ์ดูวุ่นวายขนาดนั้น จดหมายจากสำนักต่างๆ และราชสำนักทยอยมาส่งข่าว คล้ายฝนกำลังจะตกลงมา เผ่าหมิงกำลังจะบุกขึ้นมา ปู้ชิวเซียวตบโต๊ะลุกขึ้น แต่หลังจากนั้นยอด ดฝีมือจากเผ่าหมิงผู้นั้นก็ตายไปง่ายๆ แบบนี้
แมวป่าสีดำตัวนั้นรู้สึกแปลกๆ มันส่งเสียงร้องเมี้ยวออกมาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งหนีออกไปอีกครั้ง
ทุกคนพลันคิดถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้ ฉานจึบอกว่าปุโรหิตที่สิบสองคนนั้นปรากฏตัวขึ้นที่เหลิ่งซาน จากนั้นก็ถูกสหายของชิงซานสังหาร แต่ชิงซานอยู่ทางใต้ ห่างจากเขาเหลิ่งซาน หลายหมื่นลี้….เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ เพียงแต่หลายคนยังตั้งตัวไม่ทัน ต่อให้คิดได้ก็ไม่กล้าถามออกมาเช่นกัน
แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงทอดลงมาด้านนอกตำหนัก เสียงระฆังหยุดไปแล้ว เสียงของไป๋เจ่าดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำไมสหายชิงซานจึงไปอยู่ที่นั่น?”
ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ไม่ทางที่นกสองตัวจะบินชนกัน ยกเว้นก็แต่เหยี่ยวนกเขาที่เตรียมพร้อมโจมตีแต่แรกแล้ว
จิ๋งจิ่วไม่ได้ตอบคำถามนี้ คนที่ตอบคำถามคือกู้ชิง
เขากล่าวด้วยเสียงราบ