วีที่เป็นปรมาจารย์แห่งเกาะหมอกได้กล่าวเอาไว้ หากชิงซานยอมถอยก้าวนี้ พวกเขาจะต้องถอยไปตลอดหรือไม่?
ไม่ว่าหนึ่งก้าวจะยาวแค่ไหน แต่การถอยมันก็คือการถอย
ใช้การถอยเป็นการก้าวไปข้างหน้า นั่นคือวิธีของผู้อ่อนแอเวลาอับจนหนทาง
ไป๋เจ่าเดินไปข้างหน้าจิ๋งจิ่ว รอคอยคำตอบของเขา
จิ๋งจิ่วเงยหน้าขึ้นมามองนาง ก่อนกล่าวว่า “อันดับแรก สัดส่วนของซีไห่นั้นเป็นของพวกข้า เรื่องอื่นไม่เปลี่ยน”
ไป๋เจ่ามองเขาอย่างเงียบๆ รู้ว่าน่าจะยังมีคำพูดหลังจากนี้อีก
เจ้าล่าเยวี่ยมองจิ๋งจิ่ว ทันใดนั้นพลันเข้าใจแล้วว่าเขาคิดจะทำอะไร ดวงตาเปล่งประกายขึ้นมา
เสียงหวึ่งเบาๆ ดังขึ้น เมฆฤดูใบไม้ผลิบนท้องฟ้าแหวกเป็นรูเล็กๆ รูหนึ่ง กระบี่บินเล่มหนึ่งบินลงมาอย่างรวดเร็ว
จดหมายกระบี่ฉบับนี้มาจากชิงซาน ตกลงในมือกู้ชิง จิ๋งจิ่วส่งสายตาบอกให้ส่งต่อให้ฉานจึ
จากนั้น ภายในวัดกั่วเฉิงก็มีเสียงระฆังดังขึ้นมา
นกหานเฮ่าแหวกอากาศลงมา นำเอาข่าวจากทางด้านนั้นมาแจ้ง
จดหมายจากกรมชิงเทียนลอยมา
สถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ในตำหนักต่างรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรง
ปู้ชิวเซียวกล่าวถามว่า “หรือว่าเมืองไป๋เฉิงจะเกิดเรื่องขึ้น?”
เมื่ออ่านจดหมาย