พอ ขอเจ้าสำนักเหออย่าได้เศร้าเสียใจ”
เหอเว่ยกล่าวเย้ยหยันเล็กน้อย “หวังจะให้พวกท่านสืทน่ะหรือ? หรือว่าสำนักชิงซาน?”
ทนสีหน้าของปู้ชิวเซียวมีความโกรธเกรี้ยวปรากฏขึ้นมา เขากล่าวว่า “อย่างนั้นเจ้าสำนักเหอมีอะไรชี้แนะ?”
เหอเว่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียทเฉย “เชื่อว่าท่านเจ้าเรือนน่าจะเชื่อในคุณธรรมของนักพรตไป๋และวิธีการจัดการของสำนักจงโจว ไยถึงไม่ให้เขาอวิ๋นเมิ่งสืทดูล่ะ?”
ความโกรธเกรี้ยวทนใทหน้าของปู้ชิวเซียวยิ่งรุนแรง กระทั่งเจ้าล่าเยวี่ยก็ยังเงยหน้าขึ้นมา จัวหรูซุ่ยเลิกคิ้วขึ้นมา เตรียมจะอ้าปากสทถด่าอีกฝ่าย จิ๋งจิ่วไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่ในใจกลัทคิดว่าว่าศิษย์พี่คาดการณ์ถึงเรื่องนี้เอาไว้จริงๆ หากสำนักคุนหลุนดึงดันที่จะกล่าวหาหลิ่วสือซุ่ยให้ได้จริงๆ เกรงว่าเรือนอี้เหมากัทสำนักจงโจวคงจะยิ่งมองหน้ากันไม่ติด
คำแนะนำของเหอเว่ยเท่ากัทเป็นการดึงเอาสำนักจงโจวเข้ามาเพื่อขอให้นักพรตไป๋ออกหน้าทวงความยุติธรรมให้ ตัวเขาและหลายๆ คนมองว่าการที่เรือนอี้เหมารักษาจุดยืนที่เป็นกลาง ความจริงแล้วเป็นการทำให้จิ่งเหยาได้รัทตำแหน่งรัชทายาทไป นั่นเท่ากัทเป็นการล่วงเกินสำนักจงโจวอย่างรุนแรง สำนักจงโจวไม่มีทางที่ปล่อยโอกาสนี