หรือว่าผ่านมาหลายวันแล้ว
เจ้าล่าเยวี่ยลูบแมวอยู่ใต้ระเบียงทางเดินทางด้านนั้น ไม่รู้กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ กู้ชิงยังคงหลับตานั่งอยู่หน้าเจดีย์หิน ใบไม้ที่ร่วงตกลงมาค่อยๆ เขยื้อนมาถึงข้างขาของเข ขา
ทันใดนั้นเอง ด้านหลังสวนจิ้งหยวนพลันมีเสียงดังสนั่นขึ้นมา ลมกระโชกหวีดหวิว ม้วนเอาใบไม้ที่อยู่ภายในลานฟุ้งกระจายขึ้นมา
ภายในห้องฌาน หนังสือจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงบนพื้น บ้างก็พลิกเปิด บ้างก็ปิดอยู่
ดูแล้วเหมือนกับคลื่นที่เกิดขึ้นบนท้องทะเลที่บ้างเล็กบ้างใหญ่ แล้วก็เหมือนหิมะที่ปกคลุมอยู่บนพื้นที่กำลังจะละลายแต่ก็ยังไม่ละลาย
ฉานจึลืมตาขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าอ่านเร็วกว่าท่าน”
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร หยิบเอาคัมภีร์ปทุมชาติเล่มหนึ่งของสำนักเต๋าตงอี้ที่อยู่บนพื้นขึ้นมาอ่านต่อ
ฉานจึกล่าวว่า “ตอนนี้ท่านอ่อนแอขนาดนี้ เมื่อถึงตอนฤดูใบไม้ร่วง หากนักพรตไป๋เล่นงานท่านจนตายจะทำอย่างไร?”
จิ๋งจิ่วอ่านหนังสือต่อ พลางกล่าวโดยไม่เงยศีรษะขึ้นมาว่า “ที่นี่คือวัดกั่วเฉิง”
ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนเป็นอย่างมาก
ตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่าข้าคือใคร แล้วเจ้ายังจะมองดูข้าเกิดเรื่องโดยไม่ทำอะไรหรือ?
……
……
จัวหรูซุ่ยถูกลมที่คลุ้มคลั่ง