ล่าวว่า “ยังไม่ได้แสดงความยินดีกับท่านที่ได้เป็นเจ้าสำนักช ชิงซาน”
จิ๋งจิ่วคิดถึงเรื่องที่กู้ชิงเคยบอกว่าของขวัญที่สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยส่งมานั้นล้ำค่าที่สุด จึงรับเอาชาดอกท้อถ้วยนั้นมาดื่มไปคำหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมบอกลา
เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมองดูเขาพลางกล่าวว่า “ชาดอกท้อไม่ได้ช่วยเรื่องโชคในด้านความรัก แต่กลับชำระล้างจิตใจได้”
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร
“ข้าไม่ใช่ศิษย์พี่ในวัดกั่วเฉิงที่สามารถใช้เชื่อมโยงสองจิตได้ แต่เชื่อมโยงฟ้าดินก็สามารถช่วยให้ข้ามองเห็นเรื่องบางเรื่องได้อย่างชัดเจนเช่นกัน อย่างเช่นจิตสังหารของท่าน”
เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยกล่าวถามว่า “ท่านจะฆ่าใคร?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “จิ่งซิน”
เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยไม่ได้แปลกใจที่ได้ยินคำตอบนี้ นางถอนใจออกมาว่า “เสือจะร้ายกาจแค่ไหนก็ยังไม่กินลูกของตัวเอง ท่านยังคงไร้ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนจริงๆ ด้วย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หากนางยังตื่นอยู่ จิ่งซินตายไปนานแล้ว”
เจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นตรงบ่อผ่านฟ้าเมื่อครู่นี้ ข้าสามารถทำเป็นมองไม่เห็นได้”
สำนักใหญ่แต่ละสำนักล้วนแต่มีหน้าที่คอยสะกดอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับดินแดนหมิ