กจิ้งจงต่างก็ทำเหมือนเหล่าอาจารย์และลูกศิษย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ย พวกเขาเริ่มค้นหาเรื่องราวในกองกระดาษโบราณเหล่านั้น
โชคดีที่อากาศในฤดูใบไม้ผลิของเมืองเฝ่ยชุ่ยเองก็ดีเช่นกัน ถือโอกาสเอาหนังสือมาตากแดดได้
เชวี่ยเหนียงคอยอยู่เป็นเพื่อนจิ๋งจิ่วกับเจ้าล่าเยวี่ยอยู่ในเรือน สายตาเหลือบมองดูแมวขาวที่อยู่ในอ้อมอกของเจ้าล่าเยวี่ยเป็นระยะ แต่เวลาส่วนใหญ่ล้วนแต่แอบมองดูจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วรู้ว่าในสายตาของคนอย่างถงเหยียนและเชวี่ยเหนียง ความงามนั้นไม่สำคัญเท่าหมากขาวดำ เขารู้ว่านางอยากจะทำอะไร จึงกล่าวว่า “มาสิ”
เชวี่ยเหนียงงุนงงเล็กน้อยก่อนจะได้สติขึ้นมา นางดีใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวออกมาว่า “อาจารย์ท่านใจดีจริงๆ เลย!”
การประลองที่สะเทือนฟ้าดินในเขาฉีผานครั้งนั้น นางเป็นเพียงคนเดียวที่ดูจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย การประลองครั้งนั้นมีอิทธิพลต่อวิถีหมากล้อมของนางอย่างมาก
นับแต่นั้นเป็นต้นมา นางก็มองจิ๋งจิ่วเป็นอาจารย์มาโดยตลอด ในเวลานี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จึงเผลอตะโกนออกมา
เจ้าล่าเยวี่ยกอดแมวขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ ภายในใจคิดว่าคำว่าอาจารย์นี้ตะโกนได้ดีเชียว
“หลายปีมานี้ในตอนที่พูดถึงท่าน ข้าเผลอเรียกท่านว่าอาจารย์