ักลงไปในน้ำแกงสองสามใบ
จิ๋งจิ่วดื่มน้ำแกงไปสองสามคำ จากนั้นกินผักไปใบหนึ่ง ก่อนจะนอนกลับลงไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่อีกครั้ง
เพียงพริบตาภายในหม้อก็มีเนื้อต่างๆ ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้ง กองจนดูคล้ายภูเขาลูกหนึ่ง
บนภูเขาเนื้อมีตะเกียบสองสามคู่ปักอยู่
ทุกคนมองดูภายในหม้อ รอคอยให้เนื้อสุก ไม่มีใครพูดอะไร
การกินอย่างเงียบๆ ไม่ได้หมายความว่าบรรยากาศกระอักกระอ่วน หากแต่แสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างกินอย่างตั้งใจ
จะว่าไปแล้ว นี่น่าจะเป็นการกินข้าวครั้งแรกของยอดเขาเสินม่อ หากอยู่ในโลกมนุษย์น่าจะเรียกว่าต้อนรับขึ้นบ้านใหม่?
จัวหรูซุ่ยกินไปๆ ทันใดนั้นพลันพบว่าตัวเองมิใช่คนที่กินได้เยอะที่สุด
เจ้าล่าเยวี่ยดูเหมือนกินอย่างช้าๆ แต่ความจริงตะเกียบของนางไม่เคยหยุด ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าลูกศิษย์ก็ไม่มีใครกล้าแย่งเนื้อกับนางด้วย
“ดูถูกท่านเกินไปจริงๆ”
เรื่องที่จัวหรูซุ่ยคิดย่อมมิใช่เรื่องกินเนื้อ หากแต่เป็นเรื่องของเจี่ยนหรูอวิ๋นกับหม่าหวา
เขาไม่ชอบเจี่ยนหรูอวิ๋นกับหม่าหวา แล้วก็มิได้มีความผูกพันอะไรกับยอดเขาเหลี่ยงว่าง เขาเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าล่าเยวี่ยที่ดูเหมือนเป็นพวกที่หมกมุ่นอยู่กับการฝึกกระบี่กลับ บมีด้านที่ร้ายกาจเ