สุดตัวเองก็มีเวลาให้เก็บตัวบำเพ็ญเพียรชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นก็มีคนมาขอเข้าพบเจ้าสำนักอีก
ครั้งนี้คนที่มาคือฉือเยี่ยนของยอดเขาซั่งเต๋อ
เมื่อเห็นป้ายหยกสีขาวกองนั้น สีหน้าของกู้ชิงก็ค่อนข้างขาวซีด เขากล่าวว่า “อาจารย์ลุง นี่มันไม่ผิดกฎสำนักหรือขอรับ?”
ฉือเยี่ยนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านกฎแห่งกระบี่ถึงต้องมอบเรื่องเหล่านี้ให้ยอดเขาเสินม่อจัดการ เขาพูดปลอบว่า “นี่เป็นเรื่องที่เจ้าสำนักควรจะเป็นคนคิด”
ความหมายของเขาชัดเจน ไม่ว่าระหว่างหยวนฉีจิงและจิ๋งจิ่วจะมีปัญหาอะไรกัน อย่างไรเสียมันก็ไม่เกี่ยวกับเขาและกู้ชิง
กู้ชิงยิ้มเจื่อนไม่กล่าวกระไร ในใจครุ่นคิดว่าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็คงจะดี
หลังฉือเยี่ยนออกไป กู้ชิงก็ยกชาเขียวขึ้นมาถ้วยหนึ่ง จากนั้นเริ่มดูป้ายหยกที่ยอดเขาซั่งเต๋อส่งมาเหล่านั้น
ในตอนที่เขาดื่มชาเขียวถึงถ้วยที่สี่ ในที่สุดเขาก็พบปัญหาอย่างหนึ่ง จึงรู้ว่าครั้งนี้ตนเองจำเป็นต้องรบกวนอาจารย์แล้ว
สุดท้ายก็ต้องมีเรื่องบางเรื่องที่เขาแก้ไขไม่ได้ หรือพูดอีกอย่างก็คือไม่มีสิทธิ์ที่จะแก้ไข อย่างเช่นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย
เขาถือเอาป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นไปบนยอดเขา เดินเข้าไปในถ้ำ