้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
จิ๋งจิ่วกล่าวพลางเก็บปลอกกระบี่เข้าไปยังที่แห่งนั้น จากนั้นถึงได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง
ในช่วงเวลาสามปีที่หลิ่วฉือจากแผ่นดินเฉาเทียนไป เขาดูคล้ายสงบเยือกเย็น แต่ความจริงจิตใจกลับรู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างมาก ถ้าหากปลอกกระบี่เล่มนี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่น อย่างนั้นจ จะทำอย่างไร?
ชิงเอ๋อร์จ้องมองดูเขา หลังจากที่มองเห็นปลอกกระบี่แบกสวรรค์หายไปแล้ว มุมปากของนางก็ยกขึ้นมาเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มแปลกๆ จากนั้นกล่าวว่า “นักพรตพูดไม่ผิด เจ้ากลัวตายจริงๆ ด้วย”
จิ๋งจิ่วกลัวตายอย่างที่ว่าจริง ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าอายด้วย
เขากลับไม่เข้าใจว่าการเป็นผู้บำเพ็ญพรต กลัวตายมีอะไรน่าอาย?
เพียงแต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่มีอะไรน่าอธิบายเช่นกัน
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ถึงปัญหาระหว่างพวกเขาทั้งสอง จึงไม่อยากให้พวกเขาทะเลาะกัน นางกล่าวถามว่า “เจ้าตามนักพรตไปที่ไหนบ้าง?”
ชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “พวกเราไปที่เกาะเทพเผิงไหลก่อน จากนั้นตามหาผู้เฒ่าแห่งเรือมหาสมบัติที่เล่าลือกัน แล้วซื้อเรือที่แล่นได้เร็วกว่ากระบี่มาลำหนึ่ง”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เรือลำนั้นไม่ได้เร็วกว่ากระบี่…ข้าบอกไปแล้วว่าเขาควรจะพกกระบี่ไปเล่มห