นึ่ง”
ชิงเอ๋อร์ไม่สนใจเขา กล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยต่อว่า “เรือลำนั้นเร็วจริงๆ ไม่กี่วันก็ไปถึงเกาะหมอก…”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ไม่เร็ว ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาไปก็ไม่ได้พกเงิน ดังนั้นเรือลำนั้นน่าจะขโมยมา”
ชิงเอ๋อร์ทนไม่ไหวแล้ว จึงแยกเขี้ยวใส่เขาไปทีหนึ่ง
กระทั่งเจ้าล่าเยวี่ยก็ยังรู้สึกว่าจิ๋งจิ่วค่อนข้างน่ารำคาญ จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณให้ชิงเอ๋อร์พูดต่อ
หลิ่วฉือพาชิงเอ๋อร์ไปยังเกาะหมอกในทะเลใต้ หลังมั่นใจแล้วว่าไม่สามารถเข้าไปในเกาะได้ ก็เดินทางต่อไปยังน้ำวนยักษ์เพื่อดูวิวทัศน์ที่นั่นอยู่สามสี่วัน
สุดท้ายเขาก็ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะไปถึงแผ่นดินแปลกหน้าที่อยู่อีกด้านหนึ่งของทะเล
“ทางด้านนั้นของทะเลมีภูติอาศัยอยู่มากมาย หน้าตางดงาม ก็มีปีกโปร่งใส ดูไปแล้วค่อนข้างคล้ายกับข้าทีเดียว”
ชิงเอ๋อร์กล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยอย่างมีความสุขว่า “หากไม่เป็นเพราะว่าข้ารู้ว่าตัวเองมาจากที่ไหน ข้าคงจะนึกว่าพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ของข้าจริงๆ ไปแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ภูติพวกนั้นอ่อนไหวเกินไป น่ารำคาญ”
ชิงเอ๋อร์ถลึงตาใส่เขา ก่อนกล่าวต่อว่า “แต่ว่า…ภูติพวกนั้นมันก็น่ารำคาญจริงๆ นั่นแหละ พวกเขานึกว่าพวกข้าเป็นคนร้าย ไม่ว่