หน่อย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เขาไม่ยอมเอากระบี่ไปด้วย บินช้าขนาดนั้น ย่อมไม่มีทางไปได้หลายที่”
ชิงเอ๋อร์ทนไม่ไหวแล้ว นางกระพือปีกบินมาตรงหน้าเขา จากนั้นตะโกนใส่หน้าว่า “เจ้าเป็นอะไรกับกระบี่นักหนาฮะ!”
จิ๋งจิ่วไม่ได้ว่าอะไรอีก
กระทั่งเจ้าล่าเยวี่ยก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้เขาเป็นอะไรไป หลังจากนั้นครู่หนึ่งนางถึงได้เข้าใจ….เขาเพียงแค่อยากจะขัดจังหวะชิงเอ๋อร์ เพื่อที่นางจะได้พูดช้าลงหน่อย
เพราะนี่คือเรื่องราวสุดท้ายของหลิ่วฉือ
จากนั้นชิงเอ๋อร์ก็คิดขึ้นมาได้เช่นกัน
หลิ่วฉือจากไปแล้ว
เมฆทะยาน
ฝนฤดูใบไม้ผลิ
ภายในถ้ำเงียบสงัด
ทั้งสามคนนิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน
“เอาล่ะ”
จิ๋งจิ่วมองดูชิงเอ๋อร์พลางกล่าว “คันฉ่องฟ้ากระจ่างอยู่ที่ไหน?”
ชิงเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาจากอารมณ์โศกเศร้าทันที นางจ้องมองเขาพลางกล่าวอย่างระแวงว่า “เจ้าจะทำอะไร? นั่นมันเป็นของข้า”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้ากับหลิ่วฉือเป็นคนขโมยคันฉ่องฟ้ากระจ่างออกมาจากเขาอวิ๋นเมิ่ง คนที่เสนอความคิดคือถงเหยียน เขาสัญญาว่าจะเอาคันฉ่องฟ้ากระจ่างให้ข้า”
ในเวลานี้ชิงเอ๋อร์ถึงได้รู้ว่าที่แท้ตัวเองถูกถงเหยียนส่งต่อมาให้ชิงซาน รู้อดรู้สึกร้อนใจขึ้นมาไม่ได้ พลางกล่าวว่า “พวกที่เล่นหมากล้อมอย่าง