้นี้ก็คือเจ้าสำนักเฉินแห่งสำนักเสวียนหลิง
เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดในอดีตเซ่อเซ่อถึงบอกว่าห้ามให้แม่ของนางมองเห็นตนเองเด็ดขาด เขาจึงไม่ได้ถอดหมวกออก แล้วก็ไม่ได้รับคำของนาง
เซ่อเซ่อเห็นว่าเขารู้เรื่องแล้ว จึงรู้สึกโล่งใจ ขณะเดียวกันก็เอามือลง จากนั้นมองเขาพลางกล่าวถามว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไม? ช่วยข้าหรือ?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
เซ่อเซ่อรู้สึกซึ้งใจ จากนั้นชี้ไปยังกระดิ่งลมสิบกว่าแถวที่แขวนอยู่ด้านนอกห้องขังพลางกล่าวว่า “ข่ายพลังนี้ทำลายไม่ได้”
กระดิ่งลมเหล่านั้นห้อยตกลงมาจากบนหน้าผา เกิดเป็นม่านพลังแถบหนึ่ง รูปแบบข่ายพลังเปลี่ยนแปลงไปตามการไหลเวียนของพลังวิญญาณในฟ้าดิน ยากที่จะทำลายได้จริงๆ
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืมขึ้นมาอีกครั้ง
เซ่อเซ่อกล่าวว่า “รีบไปเถอะ หากให้เหล่าไท่จวินรู้เข้า ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายแบบไหนขึ้นมา”
ครั้งนี้จิ๋งจิ่วไม่ได้ส่งเสียงอืม เขากล่าวว่า “ข้าเคยรับปากเจ้าเอาไว้ว่าจะช่วยเจ้าฆ่าคน”
เซ่อเซ่อมองดูเขาอย่างเงียบๆ จู่ๆ พลันยิ้มขึ้นมา ใบหน้าดูงดงาม เพียงแต่มีความทุกข์ใจแฝงเอาไว้ด้วยเล็กน้อย
เรื่องเหลวไหลในตอนที่ยังเป็นเด็ก ที่แท้อีกฝ่ายก็จดจำไว้ตลอด เพียงแต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่เด็กเล็กๆ