วหนึ่ง จึงอดรู้สึกตกตะลึงงุนงงขึ้นมาไม่ได้
หญิงสาวผู้นั้นมองดูสีหน้าของเซ่อเซ่อพลางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวถามชายหนุ่มที่สวมหมวกลี่เม่าที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องขังผู้นั้นว่า “ท่านก็คือพี่จาน?”
“ไม่ใช่! ไม่ใช่! นี่คือเพื่อนของข้า”
เซ่อเซ่อกระโดดขึ้นมา รีบโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะเดินไปตรงหน้าห้องขังแล้วส่งสายตาบอกจิ๋งจิ่วว่าอย่าได้พูดออกมา แล้วก็อย่าถอดหมวกออก
จิ๋งจิ่วไม่เข้าใจความหมายของนาง จึงกล่าวกับหญิงสาวผู้นั้นว่า “ข้าคือจิ๋งจิ่ว”
เซ่อเซ่อเอามือกุมขยับ พลางส่งเสียงร้องกลุ้มใจออกมา
สีหน้าของหญิงสาวผู้นั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นสายตาพลันเป็นประกายขึ้นมา นางกล่าวว่า “วันนี้ฟ้าครึ้ม เหตุใดคุณชายจิ๋งจิ่วถึงต้องใส่หมวกด้วย?”
นางนอนอยู่บนกองดอกอ้อ ขาทั้งสองข้างถูกตัดขาด บนกระโปรงชุ่มไปด้วยเลือด มองดูน่าหดหู่เป็นอย่างมาก แต่เสียงของนางกลับยังฟังดูอ่อนโยน ให้ความรู้สึกสบาย คล้ายกับสาวงามที่นอน อยู่บนเตียงพลางพูดคุยกับแขกที่เดินทางมาไกลด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน ทำให้คนรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
จิ๋งจิ่วรู้ว่าสาวงามที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสผู