สมณะแก่มองดูเขาพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน จากนั้นส่ายศีรษะ ไม่รู้ว่าหมายถึงไม่ทราบคำตอบ หรือว่าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงถามเช่นนี้
สมณะหนุ่มดูเหมือนจะสุขุมขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังพอมีอารมณ์อยู่บ้าง เมื่อได้ยินเช่นนี้จึงกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ประสกกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
ก่อนหน้านี้ในตอนที่ผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นพูดคุยกัน พวกเขาเพียงแค่คุยกันถึงว่าใครมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าสำนักมากกว่ากัน แต่ไม่ได้พูดความคิดของตนเองออกมา
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้
สมณะหนุ่มรู้สึกว่าคำถามนี้ของอีกฝ่ายมีเจตนาร้ายที่ชัดเจน
“ก็แค่ถามดู”
จิ๋งจิ่วถอดหมวกออก นั่งลงตรงหน้าสมณะทั้งสอง
สมณะหนุ่มเมื่อเห็นเขาก็รู้สึกตกใจ ก่อนจะกล่าวขึ้นมาอย่างดีใจว่า “อาจารย์เซียนจิ๋งจิ่ว ที่แท้เป็นท่านนี่เอง! ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” พวกเราได้เจอกันอีกแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ไม่ปิดวาจาแล้วหรอ?”
สมณะหนุ่มเกาศีรษะอย่างรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
สมณะแก่เองก็ยิ้มขึ้นมา กล่าวว่า “ในตอนที่ท่านไปยังวัดในปีนั้น อาตมายังอยู่ทางเหนือ หลังกลับมาได้ยินลูกศิษย์บอกว่า….”
ขณะที่พูด เขาพลันไอขึ้นมา รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้ายิ่งดูลึกขึ้นกว่าเดิม ท่าทาง