วะที่ลึกล้ำจนมิอาจประมาณออกมา
ก็เหมือนอย่างแมวขาวที่อยู่บนยอดเขาเสินม่อตัวนั้น เขาคิดว่าตอนนี้ตัวเองมีสิทธิ์ที่ร้องขออะไรบางอย่างได้แล้ว
อินซานยื่นมือไปตบไหล่เขา กล่าวว่า “ไว้จะหาโอกาสให้เจ้าได้ระบายอารมณ์”
จมูกของปรมาจารย์สำนักเสวียนอินยิ่งแดงขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่าเขาโกรธเป็นอย่างมาก
“สำนักเสวียนอินไม่เหลือแล้ว! ระบายอารมณ์จะมีประโยชน์อะไร?”
อินซานไม่ได้สนใจเขา หากแต่เดินไปตรงหน้าโม่หิน ก่อนจะตรวจดูขนหางของไก่ฟ้าพลางกล่าวว่า “รักษาได้”
ไก่ฟ้าพูดภาษามนุษย์ออกมา “นักพรต ป้ายชีวิตยังอยู่ในมือเจ้านั่น ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวอะไร ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจเลย”
อินซานพูดปลอบว่า “ไม่ต้องกลัวๆ ครั้งนี้เขาไม่ทำอะไรเจ้า เขาก็ไม่มีทางทำอะไรเจ้า”
รถม้าคันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าบ้าน
เด็กผู้ชายที่ดูน่ารักน่าชังเหมือนรูปปั้นหยกแกะสลักคนหนึ่งถูกส่งเข้ามา
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินรู้ว่านี่น่าจะเป็นจดหมายฉบับหนึ่ง จึงกล่าวถามว่า “มีเรื่องอะไรอีก?”
เด็กผู้ชายคนนั้นอายุแค่สามสี่ขวบ แววตาบริสุทธิ์ใสซื่อ ดูซื่อบื้อเป็นยิ่งนัก
“นี่คือกระดาษเปล่า”
อินซานลูบหัวเด็กผู้ชายคนนั้น ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “รอข้าสอนเขาสักสองสามปี หลังจาก