่านี้นั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก นั่นก็คือเขาอยากได้กระบี่
หรือพูดอีกอย่างก็คือเขาอยากเอากระบี่ของตัวเองกลับมา
เมื่อก่อนจิ๋งจิ่วไม่เคยตอบรับคำพูดของเขาในเรื่องนี้มาก่อน
ในตอนนั้นที่เขากำยันต์เซียนของสำนักจงโจวเอาไว้ในมือซ้าย เผชิญหน้ากับอันตรายอย่างใหญ่หลวง หลิ่วฉือถามเขาว่าจะใช้วิธีนั้นหุ้มมือเอาไว้หรือไม่ เขายังคงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลแม้ แต่น้อย
นี่คือเรื่องที่จิ่งจิ่วไม่ยินดีทำมากที่สุด เป็นเรื่องที่เขาหวาดกลัวมากที่สุด
แต่ไหนแต่ไรมา แบกสวรรค์นั้นมิใช่กระบี่ หากแต่เป็นปลอกกระบี่
ปลอกกระบี่อันนี้คือสิ่งที่เอาไว้ใช้ควบคุมกระบี่เล่มนั้น
สำนักชิงซานก่อตั้งสำนักมาจนถึงตอนนี้เป็นเวลาหลายหมื่นปี ที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด
เจ้าสำนักแต่ละรุ่นล้วนแต่เป็นผู้ถือกระบี่
กระบี่เมื่ออยู่ในปลอกก็จะไม่อิสระ
จิ๋งจิ่วไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ ถึงแม้วันนี้เขาจะตอบรับคำเชิญของหลิ่วฉือแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะพูดว่า “นี่คือกระบี่ของข้า”
หลิ่วฉือกล่าวว่า “ข้าเป็นเจ้าสำนัก นี่ย่อมต้องเป็นกระบี่ของข้า”
จิ๋งจิ่วโบกมือ เพื่อบอกว่าปัญหาที่ไร้สาระเช่นนี้อย่าได้ถงเ