ก็ไม่มีทางหนีออกไปจากที่นี่ทั้งๆ ที่มีเหล่าสำนักฝ่ายธรรมะห้อมล้อมอยู่แบบนี้ได้
หยวนฉีจิงมองดูคราบเลือดที่อยู่บนขนหางของอินเฟิ่ง เขามิได้กังวลเรื่องที่มันขัดขืนคำสั่งของป้ายชีวิตเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์บนเกาะเซ่าหมิง หากแต่เป็นเพราะเขารู้สึกได้ถึงปัญหาบางอย่าง
ในคราบเลือดนั้นมีฟองอากาศเล็กๆ อยู่ ในฟองอากาศคล้ายมีจุดดำเล็กๆ อยู่
ด้านหน้าศาลเจ้าที่อยู่บนเขารกร้างที่ห่างไกล ในตอนที่โคมไฟสีแดงดวงนั้นถูกเผาทำลาย ฟองอากาศสีแดงเล็กๆ นี้ก็แตกออกเช่นกัน
จุดสีดำที่อยู่ในฟองอากาศลอยออกมา ก่อนจะขยายตัวเมื่อเจอกับสายลม เปลี่ยนเป็นร่างเด็กน้อยคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เด็กคนนั้นสวมชุดผ่ากลางสีเข้ม ผมบนศีรษะมัดเป็นมวยเล็กๆ ใบหน้าขาวซีดเหมือนผี ร่างกายผอมแห้งเหมือนผี
“เจอผีเข้าจริงๆแล้ว”
ผมสีขาวของหยวนฉีจิงถูกลมโถมเข้าใส่ ดูค่อนข้างแก่ชรา
สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับฟังดูคล้ายทอดถอนใจ
ผีกระบี่ของหนานชวีปรากฏตัวขึ้นบนเรือกระบี่ของชิงซานโดยไม่ทันตั้งตัว
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
กระทั่งอินเฟิ่งก็ไม่ทันได้ตั้งตัว
เสียงฉึบเบาๆ ดังขึ้น ผีกุมารกระบี่ตนนั้นพุ่งทะลุร่างกายของหยวนฉีจิงออกไปด้านนอกห้องโ