ไม่มีเสียงของเทพดาบดังขึ้น แต่หลังจากประมุขของนิกายเฟิงเตาออกไปได้ไม่นาน เมืองจวี้เย่ก็ทำการปิดเมือง
สำนักในดินแดนทางเหนือหลายๆ สำนักเรียกตัวลูกศิษย์กลับมา จากนั้นเปิดข่ายพลังพร้อมทำการปิดสำนัก
ราชสำนักสั่งให้กองทัพทหารม้าเคลื่อนพลลงใต้ บรรยากาศภายในเมืองเจาเกอดูตึงเครียดเป็นอย่างมาก
ปฏิกิริยาของเรือนอี้เหมาตรงไปตรงมาที่สุด ปู้ชิวเซียวพาบัณฑิตหลายสิบคนเดินทางออกจากระเบียงลมพันลี้ นั่งเรือความรู้ดุจมหานที เดินทางไปยังทะเลตะวันตก
แผ่นดินเฉาเทียนตกอยู่ในความวุ่นวาย
……
……
ที่น่าแปลกก็คือสำนักจงโจวซึ่งเป็นผู้นำของฝ่ายธรรมะกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ดูสงบนิ่งเป็นอย่างมาก
นั่นเป็นเพราะนักพรตไป๋รู้แต่แรกแล้วว่านักพรตไท่ผิงหลบหนีออกมาจากคุกกระบี่แล้ว
หลังจากฉีหลินได้รับบาดเจ็บแล้วหนีกลับมาจากวัดกั่วเฉิง นางก็เริ่มรู้สึกสงสัย ภายหลังถึงได้รับการยืนยันจากซูจึเย่
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินได้แจ้งเรื่องนี้ให้ซูจึเย่รู้ผ่านทางสมณะอ้วนในวัดกั่วเฉิงรูปนั้น
ภายในหุบเขาเต็มไปด้วยไอหมอก แต่เมื่อเทียบกับหมอกบนยอดเขากระบี่ของชิงซานแล้ว ไอหมอกของที่นี่มีความนุ่มนวลมากกว่า แล้วก็ดูคล้ายความฝันมากกว่า บางทีอาจเป็นเพราะเหตุน