้วก็ต้องใช้ผู้ฝึกกระบี่ที่อยู่ในขั้นมิประจักษ์ขึ้นไปเป็นจำนวนมากมาทำหน้าที่เป็นคนส่งจดหมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังต ต้องไม่ทำให้ทางทะเลตะวันตกรู้ตัว นอกจากสำนักจงโจวและราชสำนักแล้ว ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนก็มีแต่สำนักชิงซานเท่านั้นที่ทำได้
สำนักชิงซานได้แสดงรากฐานของตนเองออกมา ใช้ทรัพยากรและลูกศิษย์จำนวนมาก แต่ว่า… พวกเขากลับยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย
หนานว่างรู้ว่าภารกิจของตนเองคืออะไร ภายในใจรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ใช้สุราคลายความกลัดกลุ้มกลับยิ่งรู้จักกลัดกลุ้ม แต่เมื่อเห็นใบหน้าของจิ๋งจิ่วที่ถูกแสงสะท้อนจากผิวท ทะเลสาบส่องสว่าง นางก็ค้นพบวิธีที่จะคลายความกลัดกลุ้ม จึงกล่าวว่า “มา ยิ้มหน่อย”
จิ๋งจิ่วรู้ว่านางดื่มเมาแล้ว จึงมิได้สนใจนาง
สุรานี้คือสุรากุ้ยฮวาที่เรือนเป่าซู่ส่งมาให้เมื่อหลายวันก่อน ชื่อฟังดูอ่อนโยน แต่นี่กลับเป็นสุราที่มีฤทธิ์ร้อนแรงและกลิ่นหอมที่สุด หนานว่างดื่มมันเหมือนน้ำ แล้วจะไม่ เมาได้อย่างไร?
กู้ชิงเคยกล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยว่าเจ้าของเรือนเป่าซู่ผู้นั้นอยากจะขอยาเม็ดอะไรสักอย่าง ในตอนนั้นเขาเองก็อยู่ตรงนั้น
ตอนนี้ยาที่ว่านั่นย่อมไม่อยู่แล้ว
หนานว่างเห็นว่าเขาไม่ยอมสนใจตนเอง จึงหิ้วกาสุร