บรรยากาศภายในเรือนอัครมหาเสนาบดีเองก็ตึงเครียดเป็นอย่างมากเช่นกัน ยกเว้นก็แต่เพียงจัวหรูซุ่ย
เขากำลังง่วงเหงาหาวนอนเหมือนอย่างในเวลาปกติ
สีหน้าของอัครมหาเสนาบดีดูแย่ บนใบหน้าของไป๋เชียนจวินไม่มีความรู้สึกใดๆ
ซีอี้อวิ๋นนั่งเงียบๆ เขายังคงไม่เชื่อว่าจิ๋งจิ่วจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์เปลี่ยนความคิดได้
กู้ชิงพลันคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย มือขวาสั่นระริกขึ้นมาเบาๆ ในใจคิดว่าคงไม่ใช่ว่ าคุยจนเกิดปัญหาหรอกนะ?
ไม่หรอก ปู้ชิวเซียวมิใช่คนเช่นนั้น
เขาได้แต่หวังแบบนี้
……
……
ภายในสวนดอกเหมยเก่า
จิ๋งจิ่วมองดูมือขวาที่สั่นเบาๆ ของปู้ชิวเซียว กล่าวว่า “อย่าได้คิดที่จะฆ่าตัวตาย มิเช่นนั้นข้าจะป่าวประกาศเรื องนี้ไปทั่วทั้งใต้หล้า”
ปู้ชิวเซียวจ้องมองดวงตาของเขา กล่าวว่า “ทำไมถึงไม่ใช่ฆ่าเจ้าปิดปาก?”
“เพราะท่านไม่รู้ว่าข้าได้เอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นหรือเปล่า การฆ่าข้านั้นไม่ปลอดภัย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ยิ่งไปกว่านั้นจากที่ข้าดูแล้ว เหล่าบัณฑิตของเรือนอี้เหมาเรียนหนังสือจนคร่ำครึล้าหลัง น่าจะ ะไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้”
ปู้ชิวเซียวนิ่งเงียบไปเป็นเวลาครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “ถูกต้อง”
เมื่อกล่าวจบสองพยางค์นี้ เข