นแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “วันนี้ท่านตอบรับคำขอไปตั้งหลายเรื่อง ข้าขอมอบคำพูดประโยคหนึ่งให้ท่านก็แล้วกัน”
ปู้ชิวเซียวกล่าว “เชิญว่ามา”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ผู้เป็นปราชญ์ไร้ซึ่งนาม”
……
……
ซีอี้อวิ๋ืนลืมตา ยื่นมือไปหยิบนกกระเรียนกระดาษที่บินมาจากด้านนอกหน้าต่าง ใช้วิชายันต์แกะออก มองดูตัวหนังสือ อสองสามบรรทัดที่เขียนอยู่บนกระดาษ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะส่งกระดาษแผ่นนั้นให้อั ครมหาเสนาบดีเฉิน อัครมหาเสนาบดีเฉินมองดูข้อความที่เขียนอยู่บนกระดาษ จากนั้นเงยหน้าขึ้นมามองดูกู้ชิงด้วยสีหน้า าสับสน
กู้ชิงโล่งใจ เขาลุกขึ้นยืนพลางยกมือคารวะอัครมหาเสนาบดี
อัครมหาเสนาบดีพยักหน้าด้วยสีหน้าเฉยชา
กู้ชิงผลักประตูเดินออกไป มองดูจิ๋งซางและจิ๋งหลีที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้พลางยิ้มเล็กน้อย จิ๋งซางยังคงสับสน จิ๋งหลี รู้ตัวเร็วกว่า เขากำหมัดพร้อมออกแรงเหวี่ยงอย่างยินดี สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้าที่อยู่ด้านนอกเรือนอัครมหาเสน นาดี ในใจคิดว่าอาจารย์อาเล็กช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
ผ่านไปไม่นานเท่าไร ภายในเรือนด้านหลังของเรือนอัครมหาเสนาบดีมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาคล้ายเสียงกระดิ่ง
ยังไม่ต้องไปพูดถึงพวกญาติที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับเข