ี้ โดยเฉพาะเมื่อถูกจิ๋งจิ่วใช้งานมามากมายขนาดนี้ เขาจึงไม่สามารถทำตัวเรียบง่ายต่อไปได้อีก มีใครไม่รู้บ้างว่าเขาต่างหากที่เป็นคนสนิทอันดับหนึ่งที่อยู่ข้างกายฝ่าบาทอย่างแท้จริง
อัครมหาเสนาบดีเฉินมองดูกลุ่มคนที่เดินเข้ามา เขาย่อมต้องรู้ว่าขุนนางที่เดินอยู่ข้างกายลู่กั๋วกงผู้นั้นก็คือจิ๋งซาง ส่วนชายหนุ่มที่ดู…หน้าตาหล่อเหลาที่อยู่ด้านหลังจิ๋งซางก็คือจิ๋งหลี เขาสูดหายใจลึกๆ พยายามสะกดความโกรธที่อยู่ภายในใจ มองไปทางลู่กั๋วกงพลางกล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “จู่ๆ วันนี้กั๋วกงมาเยือน มีเรื่องใดหรือ?”
ลู่กั๋วกงแสร้งทำเป็นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พวกเราเป็นญาติกัน ท่านจะแต่งหลานสาว แล้วทำไมข้าถึงจะมาไม่ได้? ท่านไม่เชิญข้า เป็นท่านที่เสียมารยาท แต่ข้าไม่โทษท่าน”
อัครมหาเสนาบดีเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “หรือท่านไม่รู้ว่าเหตุใดข้าถึงไม่เชิญท่าน?”
เขาชี้ไปยังจิ๋งซางพลางกล่าวว่า “ท่านมานั้นยังถือว่าพอมีเหตุผล แต่ท่านจิ๋งล่ะ? ท่านพาเขามาทำไม? วัดไท่ฉางจะทำคดีอย่างนั้นรึ!”
ในตอนที่กล่าวถึงช่วงสุดท้าย เสียงของเขาก็ดังขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าโมโหเป็นอย่างมาก
“เดิมข้าคิดจะบอกว่าพวกเราสามครอบครัวต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ท่านไ