ๆ รถไม่มีคน ในที่สุดจัวหรูซุ่ยก็อดเอ่ยปากพูดออกมาไม่ได้ เขามองดูบัณฑิตหนุ่มผู้นั้นพลางกล่าวว่า “นี่เจ้าคิดจะเข้าไปอยู่ในทุกสำนักทั้งใต้หล้าหรือไง? อย่างนั้นเมื่อไหร่เจ้าจะไปเป็นแม่ชีอยู่ที่สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยล่ะ?”
บัณฑิตหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมยาว แต่กลับยังดูเหมือนชาวนาผู้นี้ย่อมต้องเป็นหลิ่วสือซุ่ย
ตามหลักแล้ว ในเวลานี้เขาควรจะถูกขังอยู่ในคุกกระบี่ของชิงซาน แต่ความจริงทั่วทั้งชิงซานต่างทราบว่าเขาถูกปล่อยตัวออกมาตั้งนานแล้ว
ต่อให้ฟางจิ่งเทียนจะโกรธแค่ไหนก็ไม่อาจทำอะไรได้ เมื่อยอดเขาเทียนกวงไม่สนใจ เมื่อยอดเขาซั่งเต๋อไม่เห็นด้วย แล้วใครจะเข้าไปในคุกกระบี่เพื่อตรวจดูว่าเขายังอยู่หรือไม่ได้?
คำพูดของจัวหรูซุ่ยย่อมต้องเป็นการเสียดสี แต่ความจริงเขาก็มิได้กล่าวผิดเช่นกัน หลังจากหลิ่วสือซุ่ยออกไปจากชิงซาน เขาก็ไปยังปู้เหล่าหลิน ไปเรียนเพลงกระบี่จากสำนักกระบี่ซีไห่ ไปฟังธรรมอยู่ที่วัดกั่วเฉิงเป็นเวลาหลายปี แล้วตอนนี้ยังมาเรียนหนังสืออยู่ที่เรือนอี้เหมาอีก นี่ช่างเป็นประสบการณ์ที่ยากจะจินตนาการได้จริงๆ
หลิ่วสือซุ่ยมิได้สนใจเขา หากแต่มองกู้ชิงพลางกล่าวถามว่า “คุณชายมาเมืองเจาเกอทำไม?”
กูชิงรู้ว่าสิ่ง