“เจ้าคิดจะอยู่ในนั้นไม่ออกมาข้างนอก?”
คนที่เขาพูดด้วยย่อมต้องเป็นชิงเอ๋อร์ หลังจากเขาเอาเสวี่ยจีขังไว้ในคุกกระบี่ ชิงเอ๋อร์ก็กลับเข้าไปในคันฉ่องฟ้ากระจ่าง ไม่ยอมออกมาอีก
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “ข้ารับปากถงเหยียนเอาไว้ว่าผ่านไปอีกสักหลายวันจะเอาคันฉ่องฟ้ากระจ่างคืนให้แก่เขา แต่ข้ามักจะรู้สึกแปลกๆ กำลังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่”
ชิงเอ๋อร์บินออกมาจากในคันฉ่องฟ้ากระจ่าง นางกระพือปีกใสๆ พลางกล่าวกับเขาอย่างโมโหว่า “ทำไมเจ้าถึงเลวเช่นนี้?”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า “ข้าคิดว่าตัวเองดีมาก”
กู้ชิงเดินไปถึงสวนดอกไม้ที่อยู่ด้านหลัง ครุ่นคิดถึงภาระหน้าที่ของตนเอง ภายในใจพลันรู้สึกหนักอึ้งเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็คิดถึงท่าทีที่ไม่สนใจต่อเรื่องราวในโลกภายนอกของอาจารย์ จึงอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ ในใจคิดว่าผู้บำเพ็ญพรตควรเป็น เหมือนอย่างอาจารย์ ไม่ว่าจะยืนจะนั่งหรือจะนอนก็ล้วนแต่ใช้ชีวิตเหมือนอย่างเซียน เพียงแต่เสียดายที่ตนเองยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
……
……
หอสูงที่ตั้งเรียงรายเหมือนใบไม้และดอกไม้อยู่ในสวนดอกเหมยใหม่แอบซ่อนตัวอยู่ในเมฆหมอก มองดูคล้ายดินแดนแห่งเซียน เพียงแต่วันนี้ไม่มีใคร