ขึ้นมา เขารีบทำการคารวะ ท่าทางแตกต่างจากตอนที่พบกู้ชิงอย่างเห็นได้ชัด
ความรู้สึกมีระยะห่างอย่างชัดเจนเช่นนั้นคล้ายไม่ควรจะปรากฏขึ้นกับคนในครอบครัว
จิ๋งจิ่วไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ หากแต่กลับรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “ให้พ่อของเจ้ามาหาข้าหน่อย”
จากความเคยชินในอดีตของเขา ปกติในเวลาแบบนี้เขาจะไม่พูดอะไรให้ อย่างมากก็เพียงแค่ส่งเสียงอืมออกมา แต่หลายปีมานี้เขาเข้าใจแล้วว่ามิใช่ทุกคนจะเป็นเหมือนอย่างหลิ่วสือซุ่ย เจ้าล่าเยวี่ยหรือว่ากู้ชิง ที่เพียงแค่เห็นสายตาหรือท่าทางการเคลื่อนไหวก็สามารถเข้าใจความหมายของตนเองได้ อย่างเช่นหยวนฉวี่นั้นยังขาดประสบการณ์ในด้านนี้ แทนที่จะอธิบายเพิ่มเติม สู้พูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า
ข้าวของภายในห้องหนังสือยังคงจัดวางเอาไว้เหมือนอย่างแต่ก่อน จิ๋งจิ่วคิดอยากจะหยิบเอาเก้าอี้ไม้ไผ่ออกมานอน แต่กลับล้วงเจอแต่ความว่างเปล่า จึงคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองได้เอาเก้าอี้ไม้ไผ่ทิ้งไว้ให้เสวี่ยจีแล้ว จึงได้แต่เดินไปนั่งลงตรงโต๊ะหนังสือ ท่าทางดูไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
กู้ชิงต้มชามากาหนึ่ง แบ่งใส่ถ้วยแล้วยกมาตรงหน้าเขา
จิ๋งจิ่วมิได้ชื่นชอบชา แต่หลังดื่มมาหลายปีก็พอจะรู้บ้างว่าชาไหนดีชาไหนไ