นใหญ่ล้วนแต่ยังจำได้ เช่นนั้นเรื่องที่จำไม่ได้ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ไม่ได้เห็นท่านเล่นทรายนานแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ ค่อนข้างยุ่งน่ะ”
ตอนนี้นับวันเขาจะยิ่งยุ่งมากขึ้นทุกวันจริงๆ นอกเหนือจากการบำเพ็ญเพียรแล้วก็ยากที่จะหาเวลาพักผ่อนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะเล่นทรายฆ่าเวลาเลย
เมื่อมาคิดดูอย่างละเอียดแล้ว เวลาที่เขาอาศัยอยู่ในชิงซานในช่วงเวลาหลายปีมานี้นั้นน้อยเป็นอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อนนี้ นี่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการได้
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าเขาไม่ชอบแบบนี้มากที่สุด จึงมองเขาอย่างเห็นใจ
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “บางครั้งรู้สึกเหมือนข้ากำลังใช้หนี้อยู่”
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิด จากนั้นกล่าวถามว่า “นี่คือกรรมอย่างนั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วมองดูทะเลเมฆที่ไหลเอื่อยอยู่ด้านนอกหน้าผา หลังครุ่นคิดอย่างจริงจังจึงกล่าวออกมาว่า “ข้าไม่ได้ติดค้างอะไรโลกใบนี้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ต้นหญ้าบนเนินเขาจะเป็นหนี้ม้าตัวนั้นได้อย่างไร?”
จิ๋งจิ่วพยักหน้า กล่าวว่า “ดังนั้นหลังจากนี้ข้าจะไปเมืองเจาเกอ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ข้าจะไปด้วย”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ครั้งนี้ให้กู้ชิงตามข้าไป เขาคุ้นเคยกับเรื