ั้น ถึงขนาดที่ว่าทำลายพลังที่ว่านั้นไปเสียดีกว่า”
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “เจ้าน่าจะเข้าใจในจุดนี้ดี ดังนั้นได้โปรดเห็นด้วยกับวิธีการของข้า แล้วก็ขออย่าได้โกรธ”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็สืบเท้าเดินออกไปด้านนอก
ชิงเอ๋อร์มองดูเขา รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก ในใจคิดว่านี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
เจ้าไม่ได้จะเชิญเสวี่ยจีมาเป็นผู้พิทักษ์อยู่ที่ชิงซานหรือ ทำไมจู่ๆ ถึงจับนางมาขังไว้ในคุกกระบี่ล่ะ?
หรือว่าสิ่งที่เจ้าพูดตอนอยู่ที่สำนักแม่ชีล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก เพียงแค่อยากจะหลอกนางมาที่ชิงซานเท่านั้น?
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร ยังคงเดินหน้าต่อไป ฝีเท้ายังคงมั่นคง เสียงฝีเท้าที่กระทบลงกับพื้นยังคงเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่หนักไม่เบา
ไม่รู้ว่าภายในใจของเขาในเวลานี้กำลังรู้สึกหนักอึ้งหรือว่าผ่อนคลายกันแน่ หรือว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
ชิงเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกหนาวเย็น มิใช่เป็นเพราะเส้นปราณเหมันต์ที่อยู่ใต้คุกกระบี่ แล้วก็มิใช่เพราะเหล่ามารชั่วที่น่ากลัวที่อยู่ภายในห้องขังทั้งสองด้านของอุโมงค์ทางเดินเหล่านั้น
นางรู้สึกว่าจิ๋งจิ่วน่ากลัวเป็นอย่างมาก ไม่กล้านั่งอยู่บนไหล่ของเขา ค่อยๆ กลับเข้าไปในคันฉ่องฟ้ากระจ่างอย่างเงียบๆ
จ