หวังเสี่ยวหมิงตกตะลึง ไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับคำพูดประโยคนี้ของถงเหยียนอย่างไร ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง พลางกล่าวตะคอกว่า “เจ้าจะไปรู้อะไร! เจ้ารู้ไหมว่าข้ามาถึงวันนี้ได้อย่างไร? เจ้ามีสิทธิ์อะไรมากำหนดว่าข้าเป็นใคร!”
“เรื่องของท่าน ข้ารู้มาไม่น้อย”
ถงเหยียนมองดูเขาที่ยืนอยู่บนหน้าผา กล่าวว่า “ทั้งหมู่บ้านและอาจจะรวมถึงคนในครอบครัวถูกผู้บำเพ็ญพรตที่โง่เขลาสองคนฝังอยู่ในดิน ซือเฟิงเฉินที่เป็นพ่อบุญธรรมตายเพราะความดื้อดึง เแค่พราะเรื่องพวกนี้ ท่านก็เลยรับเอามุมมองที่เขามีต่อผู้บำเพ็ญพรตมา กระทั่งยอมฝึกวิชามาร กลายเป็นประมุขของสำนักเสวียนอิน แล้วก็จะทำลายโลกนี้?”
จิ๋งจิ่วมองดูเขา ในใจครุ่นคิดว่าสำนักจงโจวสืบเรื่องนี้อย่างละเอียดจริงๆ ด้วย
“แค่เพราะเรื่องพวกนี้? แค่? หรือว่ามันยังไม่พอ! ถูกต้อง ตอนที่หมู่บ้านถูกโคลนถล่ม ข้ายังเล็ก ไม่ได้รู้สึกอะไรนัก….”
หวังเสี่ยวหมิงจ้องมองจิ๋งจิ่ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ตะคอกเสียงดังว่า “แต่พ่อบุญธรรมมีบุญคุณต่อข้าดุจดั่งขุนเขา แต่เจ้ากลับฆ่าเขา!”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ฆ่าเขา”
เขาไม่ชอบแก้ต่างให้ตัวเอง แต่ก็ยิ่งไม่ชอบแบกรับความผิด เขาไม่ใช